7. เราต้องมุ่งชนะ "กิเลสตน" ในใจให้ได้ เพื่อเป็นผู้พิชิตใจ
8. จะเป็นชาวตะวันตกหรือตะวันออกที่ต่างขนบธรรมเนียมประเพณีกัน แต่จิตวิญญานล้วนไม่ต่างกัน
9. บนมรรควิถีของการค้นหาพระเจ้าให้พบ จะขาดความรักไม่ได้ การที่ท่านละสุขทางโลกและทรัพย์สินท่านสูญเสียสิ่งใดหรือไม่? ...เปล่าเลย! เราแค่ทิ้งเงินและความสำราญที่ไร้ความหมายและมีค่าเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้มาซึ่งมหาจักรวาลที่เปี่ยมบรมสุขอันนิรันดร์
10. เราไม่คิดว่าต้องอดกลั้นความอยากเลย เพราะว่าไม่คิดว่าต้องสูญเสียหรือสละอะไรเลยในสายตาเรา คนจำนวนมากที่มองแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าต่างหากที่สูญเสีย หรือสละอะไรไปมากมายเพราะว่าพวกเขาได้สละทิ้งของขวัญอันสูงสุดจากพระเจ้าเพื่อแลกมาซึ่งของเล่นบนโลกนี้ที่มีค่าน้อยนิดเหลือเกิน
11. สุขภาพของคนจะเป็นดั่งที่จิตใต้สำนึกของคนนั้นคิด อย่าลืมว่าความคิดมีพลังเฉกเช่นไฟฟ้า หรือแรงดึงดูดของโลก ใจของคนก็คือสะเก็ดไฟแห่งจิตสำนึกของพระผู้เป็นเจ้า หากคนเรามีความศรัทธาจริงใจด้วยใจเปี่ยมพลังย่อมจะบรรลุทุกสิ่งที่มุ่งมั่นจะทำ
12. การสำแดงคุณธรรมที่ตัวเองมีอย่างเอาการเอางานต่างหากที่จะช่วยขัดเกลาสติปัญญาทางธรรมได้
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
มหาโยคะ 1
1. พระเจ้าเป็นสิ่งที่เรียบง่าย สิ่งอื่นที่มิใช่พระเจ้าเป็นสิ่งที่ซับซ้อน จงอย่าหาความสัมบูรณ์ในโลกธรรมชาติที่สัมพัทธ์นี้เลย
2. สัจธรรมเป็นเอกภาพที่ไร้ความขัดแย้งซึ่งหลุดจากมายาแห่งความเป็นคู่ได้
3. การพิจารณาตนเอง สังเกตติดตามการเคลื่อนไหวแห่งใจตนเองอย่างเยือกเย็น เป็นทุกขกิริยาอย่างหนึ่งที่ใช้แรงกายแรงใจมากเหลือเกิน เพราะว่าเราจะต้องบดขยี้อัตตา ความอหังการ์ของตัวเราที่ดื้อรั้น และฝังรากลึกในจิตใจของเราให้แหลกละเอียด .... การวิเคราะห์ตนเช่นนี้เชื่อว่ามันจะนำพาตัวเราให้กลายเป็นผู้ตื่นได้ในที่สุดซึ่งมันยาก! เพราะคนเราชอบหลอกตัวเองเสมอ
4. จิตเป็นตัวปกครองกาย เมื่อจิตบงการณ์ มีเจตนารมณ์ หรือเจตจำนงมุ่งมั่น กายย่อมแสดงออกมา ... กายถูกสร้างขึ้นและถูกค้ำจุนด้วยใจโดยแท้
5. แรงกดดันของสัญชาติญานที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในอดีตชาติของเราจะแทรกซึงเข้ามาในชาตินี้ในรูปความเข้มแข็งหรืออ่อนแอ กลายเป็นสันดานหรือนิสัยใจคอของแต่ละคน รวมทั้งคุณสมบัติต่าง ๆ ของกายแต่ละคนให้แตกต่างกันไปด้วย
6. กายอ่อนแอแสดงถึงความอ่อนแอในใจ กายที่ถูกจองจำโดยสันดาน หรือนิสัยใจคอจะกีดขวางการทำงานโดยเสรีของใจ เกิดเป็นวงจรอุบาศว์ขึ้นมา
2. สัจธรรมเป็นเอกภาพที่ไร้ความขัดแย้งซึ่งหลุดจากมายาแห่งความเป็นคู่ได้
3. การพิจารณาตนเอง สังเกตติดตามการเคลื่อนไหวแห่งใจตนเองอย่างเยือกเย็น เป็นทุกขกิริยาอย่างหนึ่งที่ใช้แรงกายแรงใจมากเหลือเกิน เพราะว่าเราจะต้องบดขยี้อัตตา ความอหังการ์ของตัวเราที่ดื้อรั้น และฝังรากลึกในจิตใจของเราให้แหลกละเอียด .... การวิเคราะห์ตนเช่นนี้เชื่อว่ามันจะนำพาตัวเราให้กลายเป็นผู้ตื่นได้ในที่สุดซึ่งมันยาก! เพราะคนเราชอบหลอกตัวเองเสมอ
4. จิตเป็นตัวปกครองกาย เมื่อจิตบงการณ์ มีเจตนารมณ์ หรือเจตจำนงมุ่งมั่น กายย่อมแสดงออกมา ... กายถูกสร้างขึ้นและถูกค้ำจุนด้วยใจโดยแท้
5. แรงกดดันของสัญชาติญานที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในอดีตชาติของเราจะแทรกซึงเข้ามาในชาตินี้ในรูปความเข้มแข็งหรืออ่อนแอ กลายเป็นสันดานหรือนิสัยใจคอของแต่ละคน รวมทั้งคุณสมบัติต่าง ๆ ของกายแต่ละคนให้แตกต่างกันไปด้วย
6. กายอ่อนแอแสดงถึงความอ่อนแอในใจ กายที่ถูกจองจำโดยสันดาน หรือนิสัยใจคอจะกีดขวางการทำงานโดยเสรีของใจ เกิดเป็นวงจรอุบาศว์ขึ้นมา
ฮวงโป 17
80. ในจิตหนึ่ง มิใช่ทั้งพุทธะ และ ปวงสัตว์ ในจิตหนึ่งไม่มีคติทวินิยม
81. การแก้คติทวินิยมให้ชี้ตรงไปที่จิต และเนื้อหาอันแท้จริงดั้งเดิมของเราในฐานะความจริงแท้แล้วเป็นพุทธะอยู่แล้วทั้งหมด
82. เมื่อตัดความคิดปรุงแต่งก็เกิดญาณ
82. ความรู้สึกด้วยใจจริงนี้เท่านั้นเรียกว่า ธรรมะ เมื่อธรรมะถูกรู้อย่างประจักษ์เราย่อมพูดถึงพุทธะได้
83. โพธิ คือ ความไม่มีแห่งความคิดว่า มีอยู่ หรือ ไม่มีอยู่
84. เราไม่สามารถเป็นอะไรที่เราได้เป็นอยู่แล้วตลอดเวลาได้อีก เราสามารถเพียงแต่รู้ถึงภาวะดั้งเดิมของเราอย่างลึกซึ้งโดยประจักษ์เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้มันถูกบดบังด้วยเมฆแห่งมายา คือ อวิชชา
85. หยุด ความคิดปรุงแต่ง การแสวงหา ความรู้ในทางต่าง ๆ ดู เห็น แต่ไม่เป็น หยุดกระแสความคิดปรุงแต่งได้ทุกอย่างก็ไร้ซึ่งความผิดใด ๆ เมื่อความคิดเกิด สิ่งต่าง ๆ ก็เกิด เมื่อความคิดดับสิ่งต่าง ๆ ก็ดับ
86. ความว่าง เป็นสิ่งที่สิงซึมอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เป็นความงามที่ไร้ตำหนิ เป็นสิ่งที่มีอยู่โดยตัวมันเอง และเป็นสิ่งสูงสุดที่ไม่มีอะไรสร้างขึ้น
หมายเหตุ
(1) ซาโตริ (satori) หรือ ญาณที่โล่งออกมาแบบสายฟ้าแลบ
(2) ฮวงโป : น้ำเสียงนุ่มนวล น่าฟัง มารยาท เสงีี่่ยมและสงบ
81. การแก้คติทวินิยมให้ชี้ตรงไปที่จิต และเนื้อหาอันแท้จริงดั้งเดิมของเราในฐานะความจริงแท้แล้วเป็นพุทธะอยู่แล้วทั้งหมด
82. เมื่อตัดความคิดปรุงแต่งก็เกิดญาณ
82. ความรู้สึกด้วยใจจริงนี้เท่านั้นเรียกว่า ธรรมะ เมื่อธรรมะถูกรู้อย่างประจักษ์เราย่อมพูดถึงพุทธะได้
83. โพธิ คือ ความไม่มีแห่งความคิดว่า มีอยู่ หรือ ไม่มีอยู่
84. เราไม่สามารถเป็นอะไรที่เราได้เป็นอยู่แล้วตลอดเวลาได้อีก เราสามารถเพียงแต่รู้ถึงภาวะดั้งเดิมของเราอย่างลึกซึ้งโดยประจักษ์เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้มันถูกบดบังด้วยเมฆแห่งมายา คือ อวิชชา
85. หยุด ความคิดปรุงแต่ง การแสวงหา ความรู้ในทางต่าง ๆ ดู เห็น แต่ไม่เป็น หยุดกระแสความคิดปรุงแต่งได้ทุกอย่างก็ไร้ซึ่งความผิดใด ๆ เมื่อความคิดเกิด สิ่งต่าง ๆ ก็เกิด เมื่อความคิดดับสิ่งต่าง ๆ ก็ดับ
86. ความว่าง เป็นสิ่งที่สิงซึมอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เป็นความงามที่ไร้ตำหนิ เป็นสิ่งที่มีอยู่โดยตัวมันเอง และเป็นสิ่งสูงสุดที่ไม่มีอะไรสร้างขึ้น
หมายเหตุ
(1) ซาโตริ (satori) หรือ ญาณที่โล่งออกมาแบบสายฟ้าแลบ
(2) ฮวงโป : น้ำเสียงนุ่มนวล น่าฟัง มารยาท เสงีี่่ยมและสงบ
ฮวงโป 16
72. ภาวะแห่งความสงบนั้นคือมหาสมุทรแห่งญาณ
73. สังสารวัฏ คือ ความสับสนที่หมุนเชี่ยวอยู่
74. ความรู้ที่ฉันได้รับ การศึกษาที่ฉันได้กระทำ ความเข้าใจอันลึกซึ้งของฉัน วิถีชีวิตในทางธรรมของฉัน ความหลุดพ้นจากการเวียนเกิดของฉัน ... เป็นความคิดแห่งความสำเร็จที่ทำให้รู้สึกสุข ... นี้เป็นความผิดพลาดอย่างน่าทุเรศ! มันเป็นประโยชน์อะไรล่ะต่อจิตหนึ่ง
75. ทุกสิ่งมีการเคลื่อนไหว สลายตัว เปลี่ยนแปลงเสมอ ( สู่ความว่าง )
76. มหาศุนยตา หรือ ความว่างมหาศาลครอบคลุมโลกทั้งปวง ซึมอยู่ในทุกสิ่ง และเป็นความว่างเนื้อเดียวกันหมดมิมีแบ่งแยก
77. หลักการ :
(1) คงสภาพสงบเงียบ อยู่อย่างมีระเบียบ
(2) อยู่เหนือกรอบของตน
(3) อย่าลวงตนโดยคิดปรุงแต่ง
78. ความคิดต่าง ๆ ภายในใจ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เกิดจากอารมณ์ภายนอกนั้น เป็นเหตุให้เดินทางผิดได้พอ ๆ กัน
79. ทางแห่งพุทธะทั้งหลาย ทางแห่งมารทั้งปวง เป็นอันตรายแก่เธอเช่นเดียวกัน เพราะทำให้ความคิดไปในทางมีตังตนเป็นนั่นนี่ เพียงแต่คิดว่ามีทางก็เป็นอันตรายต่อความเข้าใจถูก ยังไปคิดว่ามี พุทธะ หรือ มาร เป็นเจ้าของทางและมีจุดหมายปลายทาง เป็นความคิดปรุงแต่ง ทำให้เกิดความคิดปรุงแต่งสืบต่อไปมิหยุดตัวตนที่พัวพันกันเอง
73. สังสารวัฏ คือ ความสับสนที่หมุนเชี่ยวอยู่
74. ความรู้ที่ฉันได้รับ การศึกษาที่ฉันได้กระทำ ความเข้าใจอันลึกซึ้งของฉัน วิถีชีวิตในทางธรรมของฉัน ความหลุดพ้นจากการเวียนเกิดของฉัน ... เป็นความคิดแห่งความสำเร็จที่ทำให้รู้สึกสุข ... นี้เป็นความผิดพลาดอย่างน่าทุเรศ! มันเป็นประโยชน์อะไรล่ะต่อจิตหนึ่ง
75. ทุกสิ่งมีการเคลื่อนไหว สลายตัว เปลี่ยนแปลงเสมอ ( สู่ความว่าง )
76. มหาศุนยตา หรือ ความว่างมหาศาลครอบคลุมโลกทั้งปวง ซึมอยู่ในทุกสิ่ง และเป็นความว่างเนื้อเดียวกันหมดมิมีแบ่งแยก
77. หลักการ :
(1) คงสภาพสงบเงียบ อยู่อย่างมีระเบียบ
(2) อยู่เหนือกรอบของตน
(3) อย่าลวงตนโดยคิดปรุงแต่ง
78. ความคิดต่าง ๆ ภายในใจ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่เกิดจากอารมณ์ภายนอกนั้น เป็นเหตุให้เดินทางผิดได้พอ ๆ กัน
79. ทางแห่งพุทธะทั้งหลาย ทางแห่งมารทั้งปวง เป็นอันตรายแก่เธอเช่นเดียวกัน เพราะทำให้ความคิดไปในทางมีตังตนเป็นนั่นนี่ เพียงแต่คิดว่ามีทางก็เป็นอันตรายต่อความเข้าใจถูก ยังไปคิดว่ามี พุทธะ หรือ มาร เป็นเจ้าของทางและมีจุดหมายปลายทาง เป็นความคิดปรุงแต่ง ทำให้เกิดความคิดปรุงแต่งสืบต่อไปมิหยุดตัวตนที่พัวพันกันเอง
วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ฮวงโป 15
65. จิตหนึ่งเป็นสิ่งที่ปราศจากความเป็นอันเดียวกัน ปราศจากความเป็นเหตุและผล
66. ทางหลาย ๆ แบบที่พระพุทธเจ้าท่านใช้แต่เพียงเป็นอุบายล้วน ๆ เพื่อปลดเปลื้องสัตว์ที่ยังจมอยู่ในความหลงผิดเต็มที่เท่านั้น
67. ตถาคต หรือ ตถาตา คือ ความเป็นตามที่เป็นจริง ๆ ของสิ่งทั้งหลายตามที่ปรากฏให้เห็น
68. สังขารธรรมทั้งปวง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ชั่วขณะ และดับไป คือ ไม่มีอะไรล้วน ๆ
69. สิ่งที่มีรูปต่างกันอย่างไร ที่แท้เป็นส่งเดียวกันโดยความเป็นของว่างเข่นกัน หรือจิตหนึ่งนั้น ไม่ควรเห็นเป็นพวก ๆ ซึ่งทำให้รักอย่างนั้น ชังอย่างนี้
70. มหาศุนยตา คือ ความว่าง อันเป็นภาวะแห่งความสมบูรณ์ (นิพพาน) ซึ่งในนั้นไม่มีความพร่องและความล้น เป็นความสงบเงียบอย่างมีระเบียบซึ่งในนั้นการกระทำทั้งปวงย่อมหยุดนิ่ง
71. อันตราย! การคิดแบ่งแยกสิ่งต่าง ๆ เป็นพวก ๆ
66. ทางหลาย ๆ แบบที่พระพุทธเจ้าท่านใช้แต่เพียงเป็นอุบายล้วน ๆ เพื่อปลดเปลื้องสัตว์ที่ยังจมอยู่ในความหลงผิดเต็มที่เท่านั้น
67. ตถาคต หรือ ตถาตา คือ ความเป็นตามที่เป็นจริง ๆ ของสิ่งทั้งหลายตามที่ปรากฏให้เห็น
68. สังขารธรรมทั้งปวง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ชั่วขณะ และดับไป คือ ไม่มีอะไรล้วน ๆ
69. สิ่งที่มีรูปต่างกันอย่างไร ที่แท้เป็นส่งเดียวกันโดยความเป็นของว่างเข่นกัน หรือจิตหนึ่งนั้น ไม่ควรเห็นเป็นพวก ๆ ซึ่งทำให้รักอย่างนั้น ชังอย่างนี้
70. มหาศุนยตา คือ ความว่าง อันเป็นภาวะแห่งความสมบูรณ์ (นิพพาน) ซึ่งในนั้นไม่มีความพร่องและความล้น เป็นความสงบเงียบอย่างมีระเบียบซึ่งในนั้นการกระทำทั้งปวงย่อมหยุดนิ่ง
71. อันตราย! การคิดแบ่งแยกสิ่งต่าง ๆ เป็นพวก ๆ
ฮวงโป 14
59. ปรากฏการณ์ทั้งหลายที่ปรากฏแก่เราอยู่นี้เป็นสิ่งสร้างสรรค์ขึ้นของความคิด
60. ทุกสิ่งที่เรารู้สึก หรือคิดว่ามันเป็นอะไรต่าง ๆ นั้น เป็นสิ่งที่เราเห็นไปเอง คิดไปเองว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากความหลงของเรา และความมายาของมัน ตัวจริง(ปรมัตถ์) มันว่าง
พุทธะ : ว่าง สามัญสัตว์ : ว่าง เลว : ว่าง ฯลฯ : ว่าง
61. จิตหรือความว่างอยู่เหนือกรรม คือมันไม่ทำกรรมหรือรับผลของกรรม ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏแก่เราทั้งหมดซึ่งมาจากจิตก็ไม่ควรเป็นกรรม หรือเป็นเหตุให้เราทำกรรม ไม่ยั่วให้เราทำกรรม ไม่เกี่ยวกับความคิดปรุงแต่ง ไม่สร้างให้เกิดความคิดปรุงแต่ง
62. ความมี ความเป็น ท่ปรากฏแก่เธอว่า มันต่าง ๆ กันนั้นเป็นเพราะ ความสำคัญมั่นหมายของเธอเองต่างหาก
63. พุทธะลักษณะ 32 ประการ ก็เพียงสักว่าเป็นลักษณะของรูป
อุดมการณ์ 80 ประการก็ยังตกอยู่ในวงของสสาร(วัตถุ) อยู่นั่นเอง
64. ผู้ใดสำคัญว่าตัวตนมีอยู่ในสสารก็เป็นผู้กำลังเดินทางผิด ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเข้าใจเรื่องของพระตถาคตเจ้าได้อย่างถูกต้อง
60. ทุกสิ่งที่เรารู้สึก หรือคิดว่ามันเป็นอะไรต่าง ๆ นั้น เป็นสิ่งที่เราเห็นไปเอง คิดไปเองว่าเป็นเช่นนั้น เนื่องจากความหลงของเรา และความมายาของมัน ตัวจริง(ปรมัตถ์) มันว่าง
พุทธะ : ว่าง สามัญสัตว์ : ว่าง เลว : ว่าง ฯลฯ : ว่าง
61. จิตหรือความว่างอยู่เหนือกรรม คือมันไม่ทำกรรมหรือรับผลของกรรม ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏแก่เราทั้งหมดซึ่งมาจากจิตก็ไม่ควรเป็นกรรม หรือเป็นเหตุให้เราทำกรรม ไม่ยั่วให้เราทำกรรม ไม่เกี่ยวกับความคิดปรุงแต่ง ไม่สร้างให้เกิดความคิดปรุงแต่ง
62. ความมี ความเป็น ท่ปรากฏแก่เธอว่า มันต่าง ๆ กันนั้นเป็นเพราะ ความสำคัญมั่นหมายของเธอเองต่างหาก
63. พุทธะลักษณะ 32 ประการ ก็เพียงสักว่าเป็นลักษณะของรูป
อุดมการณ์ 80 ประการก็ยังตกอยู่ในวงของสสาร(วัตถุ) อยู่นั่นเอง
64. ผู้ใดสำคัญว่าตัวตนมีอยู่ในสสารก็เป็นผู้กำลังเดินทางผิด ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถเข้าใจเรื่องของพระตถาคตเจ้าได้อย่างถูกต้อง
ฮวงโป 13
53. ความคิดปรุงแต่ง คือ ความคิดที่เป็นไปตามอำนาจของกิเ ลสตัณหา
54. ด้วยความคิดปรุงแต่งที่เป็นคตินิยม เช่น สัตว์ที่ตรัสรู้แล้ว-สัตว์ที่ยังโง่หลง บริสุทธิ์-ไม่บริสุทธิ เป็นสิ่งปิดกั้นไม่ให้เห็นแจ้ง ดังนั้นธรรมจักร (หลักธรรมอย่างโลกิยะซึ่งถือเคร่งตามตำราของผู้ยึดมั่นตามคำสอนจะต้องมีการสอนเรื่อยไป) จำเป็นต้องหมุนไป
55. "หยุด" การศึกษาของเธอเสีย เลิกล้างความคิดว่า โง่หรือฉลาด บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ใหญ่หรือเล็ก ฯลฯ เสียให้สิ้นเชิง ตัดความยึดมั่นถือมั่น และหยุดการกระทำเสียอย่างเด็ดขาดเพราะมันเป็นเพียงเครื่องประดับ(อันไม่จำเป็น) ภายในจิตหนึ่งเท่านั้น
56. การเชื่ออย่างหมอบราบคาบแก้วของพวกเธอนั้นเป็นสิ่งไร้ผล อย่าปลงความเชื่อลงไปในพิธีรีตองต่าง ๆ ทำนองนั้น รีบหนีไปเสียโดยเร็วจากความเห็นผิด เชื่อผิด ในทำนองนั้น
57. จิตหรือความว่างแบ่งแยกเป็นส่วน ๆ ไม่ได้ ฉะนัน้จึงไม่อาจแบ่งแยกเป็นชนิดต่าง ๆ จนเกิดมีคู่ตรงกันข้าม ... การเห็นแบ่งแยกเช่นนั้นเป็นการหลงผิด
58. จิตเป็นสิ่งเหนือการกระทำกรรมทั้งปวง ดังนั้นปรากฏการณ์ทั้งหลายก็เป็นเช่นนั้นด้วย กระทำด้วยจิตไม่แบ่งแยกเป็นเพียงกิริยาซึ่งทำด้วยความคิดที่มีสติ
54. ด้วยความคิดปรุงแต่งที่เป็นคตินิยม เช่น สัตว์ที่ตรัสรู้แล้ว-สัตว์ที่ยังโง่หลง บริสุทธิ์-ไม่บริสุทธิ เป็นสิ่งปิดกั้นไม่ให้เห็นแจ้ง ดังนั้นธรรมจักร (หลักธรรมอย่างโลกิยะซึ่งถือเคร่งตามตำราของผู้ยึดมั่นตามคำสอนจะต้องมีการสอนเรื่อยไป) จำเป็นต้องหมุนไป
55. "หยุด" การศึกษาของเธอเสีย เลิกล้างความคิดว่า โง่หรือฉลาด บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ใหญ่หรือเล็ก ฯลฯ เสียให้สิ้นเชิง ตัดความยึดมั่นถือมั่น และหยุดการกระทำเสียอย่างเด็ดขาดเพราะมันเป็นเพียงเครื่องประดับ(อันไม่จำเป็น) ภายในจิตหนึ่งเท่านั้น
56. การเชื่ออย่างหมอบราบคาบแก้วของพวกเธอนั้นเป็นสิ่งไร้ผล อย่าปลงความเชื่อลงไปในพิธีรีตองต่าง ๆ ทำนองนั้น รีบหนีไปเสียโดยเร็วจากความเห็นผิด เชื่อผิด ในทำนองนั้น
57. จิตหรือความว่างแบ่งแยกเป็นส่วน ๆ ไม่ได้ ฉะนัน้จึงไม่อาจแบ่งแยกเป็นชนิดต่าง ๆ จนเกิดมีคู่ตรงกันข้าม ... การเห็นแบ่งแยกเช่นนั้นเป็นการหลงผิด
58. จิตเป็นสิ่งเหนือการกระทำกรรมทั้งปวง ดังนั้นปรากฏการณ์ทั้งหลายก็เป็นเช่นนั้นด้วย กระทำด้วยจิตไม่แบ่งแยกเป็นเพียงกิริยาซึ่งทำด้วยความคิดที่มีสติ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)